พายุโซนร้อน

พายุหมุนในโซนร้อนหรือพายุไซโคลนในโซนร้อน โดย นาวาเอกเจริญ เจริญรัชตภาคย์

๗. พายุหมุนในโซนร้อนหรือพายุไซโคลนในโซนร้อน (ดูเรื่องพายุไต้ฝุ่นไซโคลนตอนต้น) สำหรับประเทศไทยไม่ค่อยจะได้รับความกระทบกระเทือนจากพายุหมุนที่มีกำลังแรงขนาดพายุไต้ฝุ่น เพราะมีเทือกเขาในประเทศเวียดนามและลาวเป็นกำแพงกั้นไว้  ทำให้กำลังของพายุอ่อนลงเสียก่อนที่จะเข้ามาถึงประเทศไทย ซึ่งส่วนมากมีกำลังลดน้อยลงเป็นพายุโซนร้อนหรือพายุดีเปรสชั่น   จำนวนพายุหมุนในโซนร้อนที่เข้าสู่ประเทศไทยในปีหนึ่งๆ เฉลี่ยประมาณ  ๓ ลูก  และจะเริ่มมีโอกาสเข้าสู่ประเทศไทยได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนกระทั่งถึงเดือนธันวาคม ช่วงที่พายุหมุนในโซนร้อนมีโอกาสเข้าสู่ประเทศไทยได้มากที่สุดนั้นจะตกประมาณระหว่างเดือนกันยายนและตุลาคม โดยจะมีโอกาสถึงร้อยละ  ๒๙ในเดือนกันยายน  และร้อยละ ๓๔  ในเดือนตุลาคม   ส่วนในเดือนอื่นๆ นั้นมีโอกาสที่จะเข้าสู่ประเทศไทยได้น้อยกว่า ในระยะเดือนสิงหาคมและกันยายน พายุหมุนในโซนร้อนมักจะเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนเป็นส่วนมาก สำหรับในระยะเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนพายุหมุนในโซนร้อนจะมีแนวทางเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งในระยะนี้พายุหมุนจะมีกำลังค่อนข้างแรงอยู่ในเกณฑ์พายุโซนร้อน เนื่องจากพายุเหล่านี้ยังมีกำลังพร้อมมูลไม่ได้เสียกำลังในการปะทะขอบฝั่งและเทือกเขา ดังนั้น เมื่อเข้าอ่าวไทยจึงเป็นอันตรายอย่างยิ่ง  เพราะอาจทำลายเรือต่างๆ หรืออาคารบ้านเรือนที่อยู่ตามชายฝั่งรวมทั้งการทำให้เกิดน้ำท่วมโดยฉับพลันได้อีกด้วย
จากสถิติพายุหมุนในโซนร้อนที่เข้าสู่ประเทศไทย     ได้มีพายุหมุนลูกสำคัญๆ ที่ก่อความเสียหายให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมากนั้น   พอสรุปได้ดังต่อไปนี้
– ในเดือนกันยายน  ๒๔๘๕   พายุหมุนในโซนร้อนเข้าสู่ประเทศโดยผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจำนวน  ๒  ลูกติดต่อกัน ยังผลให้มีฝนตกหนักหลายแห่งในบริเวณตั้งแต่ภาคกลางขึ้นไป  ทำให้เกิดอุทกภัยทั่วไป โดยเฉพาะภาคกลางมีระดับน้ำสูงมากและน้ำได้ท่วมเป็นระยะเวลานานร่วมเดือน
– ในเดือนตุลาคม  ๒๔๙๕   ปรากฏว่ามีพายุหมุนในโซนร้อน  ๒ ลูกเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ได้ทำความเสียหายโดยมีน้ำท่วมและพายุลมแรง  แต่ความเสียหายมีน้อยกว่าในปี  ๒๔๘๕
-ในเดือนตุลาคม  ๒๕๐๕   ได้มีพายุหมุนในโซนร้อนซึ่งมีกำลังขนาดพายุโซนร้อนชื่อ “แฮเรียต”  ได้ก่อตัวขึ้นในแถบปลายแหลมญวนบริเวณหมู่เกาะปูลูกองดอร์ เมื่อวันที่๒๔  ต่อมาในวันที่  ๒๕  พายุหมุนในโซนร้อนลูกนี้ได้เคลื่อนตัวเข้ามาอยู่ในอ่าวไทย ในวันที่  ๒๖  พายุหมุนลูกนี้ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งภาคใต้ของประเทศไทยบริเวณแหลมตะลุมพุกจังหวัดนครศรีธรรมราช  และในวันที่  ๒๗  ได้ผ่านภาคใต้ลงสู่อ่าวมะตะบันแล้วเคลื่อนตัวต่อไปทางทิศตะวันตกลงสู่อ่าวเบงกอล
พายุหมุนในโซนร้อนลูกนี้ร้ายแรงมาก  ได้ทำความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก  พอสรุปได้ดังต่อไปนี้
มีผู้เสียชีวิตประมาณเกือบ       ๑,๐๐๐  คน
บ้านเรือนหักพังประมาณ      ๔๐,๐๐๐  หลัง
รวมค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ   ๑๐๐   ล้านบาท
– ในปลายเดือนพฤศจิกายนและต้นเดือนธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๑๓  ได้มีพายุโซนร้อนชื่อ   “รู้ธ” เคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทย  และเคลื่อนขึ้นฝั่งทางภาคใต้ของประเทศไทยระหว่างจังหวัดชุมพรและประจวบคีรีขันธ์ ลงสู่อ่าวมะตะบัน  แล้ววกขึ้นไปทางเหนือเลียบฝั่งประเทศพม่า   ทำให้มีฝนตกหนักเกือบทั่วไปและทำให้เกิดน้ำท่วมถนนหนทางขาดหลายตอน    พายุหมุนในโซนร้อนลูกนี้ทำความเสียหายให้แก่จังหวัดต่างๆ  โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรและประจวบคีรีขันธ์เสียหายมากกว่าจังหวัดอื่นๆ
พายุหมุนในโซนร้อนนับว่าเป็นตัวการสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดฝนตกแผ่เป็นบริเวณกว้างและตกเป็นระยะเวลานานติดต่อกันทำให้แผ่นดินได้รับความชุ่มชื้นทั่วไป ในปีหนึ่งๆ  ถ้ามีพายุหมุนในโซนร้อนเข้าสู่ประเทศไทยเป็นระยะๆ   โดยไม่ต่อเนื่องกันแล้วก็ย่อมมีผลดีในทางกสิกรรมเป็นอย่างมาก  ถ้าปีใดมีพายุหมุนในโซนร้อนเข้ามาน้อยหรือไม่มีเลย  ก็ทำให้เกิดฝนแล้งขึ้นได้

จำนวนพายุหมุนในโซนร้อนที่เข้าสู่ประเทศไทย
ในคาบ ๒๔ ปี (พ.ศ.๒๔๙๐ ถึง ๒๕๑๓)

เดือน จำนวนพายุที่เข้าสู่ประเทศไทย (ลูก) คิดเป็นจำนวนร้อยละ
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม








๑๙
๒๒





๑.๕
๑.๕
๖.๒
๑๒.๓
๒๙.๒
๓๓.๙
๑๐.๘
๔.๖
รวม ๒๔ ปี ๖๕ ๑๐๐.๐
เฉลี่ยปีละ ๒.๗

 

 

สถิติ สูงสุด ต่ำสุด ของภูมิอากาศ

สารประกอบภูมิอากาศ โลก ประเทศไทย
อุณหภูมิสูงสุด ๕๘°ซ. (๑๓๖.๔°ฟ.) ที่ อะซีเซีย ตริโปลิตาเนีย แอฟริกา เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๔๖๕ ๔๔.๕°ซ. (๑๑๒.๑°ฟ.) จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๐๓
อุณหภูมิต่ำสุด -๘๘.๓°ซ. (๑๒๗.๐°ฟ.) ที่ วอสต็อก แอนตาร์กติกา ขั้วโลกใต้ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๐๓ ๐.๑°ซ. (๓๒.๒°ฟ.) จังหวัดเลย ตอนเช้าของวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๔๙๓ และวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๗
ฝนตกมากที่สุดในระยะ ๑๒ เดือน ๒๖,๔๖๒ มม. (๑,๐๔๑.๘ นิ้ว) ที่เมือง เชอราปุนจี อินเดีย ระหว่าง สิงหาคม ๒๓๐๓ ถึงกรกฎาคม ๒๓๐๔ ๖,๘๑๐.๑ มม. (๒๖๘.๑ นิ้ว) ที่จังหวัดระนอง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔
ฝนตกเฉลี่ยมากที่สุดต่อ ๑ ปี ๑๑,๙๘๑ มม. (๔๗๑.๗ นิ้ว) ที่ภูเขาไวอาลีอาลี เกาะเคาไอ ฮาวาย สหรัฐอเมริกา ๕,๑๐๖ มม. (๒๖๘.๑ นิ้ว) ที่จังหวัดระนอง (เฉลี่ยคาบ พ.ศ. ๒๔๗๔ ถึง ๒๕๐๓)
ฝนตกมากที่สุดในระยะ ๑ เดือน ๙,๒๙๖ มม. (๓๖๖.๐ นิ้ว) ที่เมือง เชอราปุนจี อินเดีย ในเดือนกรกฎาคม ๒๓๐๔ ๒,๐๗๒.๔ มม. (๘๑.๖ นิ้ว) ที่คลองใหญ่ จังหวัดตราด ในเดือนสิงหาคม ๒๕๐๗
ฝนตกมากที่สุดภายใน ๒๔ ชั่วโมง ๑,๘๖๙ มม. (๗๓.๖ นิ้ว) ที่ซิลาโอส ลา เรอุนยอง ฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๖ มีนาคม ๒๔๙๘ ๖๒๕.๙ มม. (๒๔.๖ นิ้ว) ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๙๘
ฝนตกน้อยที่สุด ในช่วง ๑๙ ปี เมือง วาดี ไฮฟา ประเทศซูดาน ไม่มีฝนตกเลย ตลอดปี พ.ศ. ๒๔๙๔ มีฝนตกที่จังหวัดตากเพียง ๕๔๒.๕ มม. (๒๑.๔ นิ้ว)
ลมแรงที่สุด ๓๗๐ กม.ต่อชั่วโมง ที่ภูเขาวอชิงตัน รัฐนิวแฮมเชียร์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๔๗๗ ๑๕๗.๕ กม.ต่อชั่วโมง ที่ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๐๐

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s